ปัจจัยในการเลือกผู้ว่า กทม
ใกล้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เข้ามาทุกที ก็เลยเขียนไว้ว่าเราจะมีหลักในการเลือกผู้ว่าอย่างไรบ้าง- นโยบายของแต่ละคน อันนี้สำคัญที่สุด ผมไม่ได้เลือกเพราะชอบคนนี้ หรือพรรคนี้ หรือปากคนนี้ สำคัญที่นโยบาย ต้องตรงตามกับความต้องการมากที่สุด
- ขอบเขตและอำนาจผู้ว่าฯ เท่าาที่รู้มาคือผู้ว่าฯ กทม. ก็ไม่ค่อยมีอำนาจเท่าไหร่ เช่นถนนบางสายเป็นของกรมทางหลวง(วิภาวดี,สุขุมวิท,เพชรเกษม) ส่วนใหญ่ก็เป็นของกระทรวงคมนาคม และส่วนนอกเหนืออีกเช่น ตำรวยหัวขวด, BTS, MRT, แม้กระทั่ง ขสมก มันเลยไปกำหนด ข้อที่3
- Intersect between นโยบายกับขอบเขตอำนาจ ผลลัพธ์ที่ได้คือ สิ่งที่ทำได้จริง
- ลักษณะการดำเนินนโยบาย พูดง่ายคือ action กับสิ่งที่พูดมายังไง อย่างพวกรับปากพล่อยๆ รถไฟเลียบคลอง (สมัยนั้นพ่อก็ไปลงให้) พอทำไม่ได้ก็โยนไปนู่นโยนไปนี่ ผมอยากได้ไม่ใช่คนรับผิดชอบ ผมอยากได้วิธีการแก้ปัญหา
- ดูจากผลงานที่ผ่านมา ถ้าใครไม่มีให้ดูประสพการณ์ชีวิต มีบางคนเคยเป็นผู้ว่ามาลงซ้ำ ก็ให้ดูผลงาน แต่ต้องแยกแยะว่าบางอย่างที่เขาอ้างก็ไม่ได้อยู่ในขอบเขตอำนาจของเขา มันเพียงแค่อยู่ใน กทม เท่านั้น ส่วนคนอื่นๆก็ลองดูชีวิตต้องต่อสู้ยังไง ประสพความสำเร็จยังไง แนวทางการดำเนินชีวิตเป็นยัง ปรัชญาในการทำงานเป็นอย่างไร แล้วทั้งหมดนี่ใช้สมองกรองออกมามันตรงตามความต้องการไหม
- ตัด poll ออกจากหัว ตัดการโฆษณาออกจากหัว ตัดอคติออกจากหัว และที่สำคัญ อย่างเอาการเมืองระดับชาติ มาเป็นองค์ประกอบในการเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่น
0 comments
resize + unsharp-mask little by little
พี่แสนเคยบอกไว้มานานแล้วว่า เวลาย่อรูปเนี่ยเราไม่ควรย่อลงไปให้ได้ขนาดในทันที เช่น จาก 100% ไปเป็น 50% เราคววรจะแบ่งการย่อทีละนิดๆจาก 100% ไปเป็น 75% แล้วค่อยย่อจาก 75% ให้ได้ 50% หลังการย่อแต่ละครั้งให้ทำ unsharp-mask ด้วยจะทำให้ภาพคมขึ้นและดูสวยงามMy brother SAN told me long time, when I have to resize, I should not resize to aspect ratio immediately such as 100% to 50%. I have to resize little by little from 100% to 75% then resize from 75% to 50 . Then after each resize process, it should be applied unsharp-mask filter. I will make more sharpen.
ผมก็เลยเขียนเพิ่มให้มันเป็นการแบ่งครั้งที่จะทำการ resize ได้ดังนี้
ดูได้จากภาพตัวอย่าง ได้ที่ multiply
0 comments
Ruby Fork
จากครั้งที่แล้วผมอยากจะเขียน ruby สักอันไว้ทำการ stamp ลายเซ็นพร้อมค่า exif ลงในรูป จากการลองเขียนเป็น thread แล้วปรากฏว่าไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่กลับกลายเป็นว่ามี overhead ขึ้นมาเพียบและก็ทำงานไม่ครบได้ทุก core ที่มี งานส่วนใหญ่ในการทำงานเกี่ยวกับภาพนี่จะเป็นในด้านคำนวนซะเยอะ เลยเขียนเป็นลักษณะ fork ออกมาจะดีกว่าพอลองได้เขียนก็ได้แนวคิดมา 2 แบบ คือ
- ทำงานแบบเป็น lot คือทำพร้อมกันที่ละเท่าๆกัน แล้วรอให้เสร็จหมด ค่อยเริ่ม lot ต่อไป แบบนี้ถ้ามี process ใน lot เสร็จก่อนเพื่อนก็ต้องรอ
- แบบที่สองคือเริ่มทำงานให้เต็มตามที่เรากำหนด ถ้า process ไหนเสร็จก่อนก็เอา process ใหม่มา run ได้เลย แบบนี้จะทำให้การทำงานต่อเนื่อง
0 comments
My Failure with Ruby Multi-Thread
คือว่าผมใช้ debian + ruby + rmagick เขียน script เพื่อที่จะทำการ stamp รูป แต่มาได้ความคิดว่า อย่าง convert เนี่ย ถ้าเราเรียก- Kernel space จะเป็น thread แบบ native คือ kernel จะเป็นผู้จัดสรรและสับเปลี่ยน ก็จะได้ประสิทธิภาพตามคุณภาพของ kermel + cpu
- User space หรือเรียกอีกอย่างว่า Green thread คือ thread ที่ทำงานแบบ time slice โดยผู้รับผิดชอบคือ VM (Virtual Machine) ในกรณีของผมคือ ruby นั่งเอง VM จะทำหน้าที่จัดสรรและสับเปลี่ยน เสหมือนเป็นการจำลอง thread อีกที ผลที่ได้คือ kernel เห็นเป็นเพีบง singel thread จึงทำงานได้เต็มที่แค่ 1 core
0 comments


