อีติ๋ม กับ Yes Man!

เมื่อวานพอดีดูเรื่องอีติ๋มตายแน่ ดูแล้วก็อดจะเขียนไม่ได้ว่าเนื้อเรื่องแบบดาดๆๆ เดาได้ เป็นเพราะคงทำมาให้เดาได้ งั้นขอสรุปง่ายๆ
ด้านที่ชอบ
  • นักแสดงถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีมาก ดูแล้วเข้าถึงได้ไม่ยากเลยสำหรับผม
  • ภาพ มุมกล้อง สวยมากๆ
  • contrast จัดจ้าน ชอบดี
ด้านที่ไม่ชอบ
  • ดำเนินเรื่องค่อนข้างช้า ดูแล้วอึดอัดมากถึงมากที่สุด แล้วยิ่งนักแสดงถ่ายทอดอารมณ์ได้ดี เนื้อเรื่องก็พอเดาได้ ทำให้การคาดการณ์ฉากต่อไปที่ยังไม่มา ทำให้อึดอัด
  • เนื้อเรื่องเน้นไปทางเหยียดเชื้อชาติพันธุ์ ส่วนตัวไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ผมเข้าใจเอาเองว่าพยามจะแสดงถึงว่า แม้วโง่ โกหก หลอกลวง, สาวญี่ปุ่นใจง่าย ฟันง่าย สองอันนี้ที่ทำบ่อยๆ ชัดเจน อีกอันน่าจะเป็นเนื้อหาแฝงคือคนไทยในสถานที่ท่องเที่ยวชอบหลอกฝรั่ง
  • เนื้อเรื่องดาดๆ

วันนี้เลยต้องไปหาอะไรกระแทกสมองแรงๆซักที อยากดูเรื่อง Yes Man มานานแล้ว ยิ่ง Jim Carry แสดงด้วยชอบมาก ดูแล้วก็ฮาๆ ขำๆ ดี มีแง่คิดดีๆสำหรับผู้ชายหมดไฟอย่างผม ตอนจบก็ได้แง่คิดดีๆด้วย สรุปว่าชอบ ฮาๆๆ หวังว่าจะเอามาดูซ้ำเมื่อเป็นหนังแผ่นแล้ว

สองเรื่องในสองวันช่างต่างกันจริงๆ ไม่ใช่ไม่สนับสนุนหนังไทยนะ แต่ดูแล้วไม่ชอบ อย่างที่ชอบก็มี เช่น อหิงสา, ท้าฟ้าลิขิต, วิมานมะพร้าว  คือชอบก็มี แต่นานๆมาที หุหุ แต่จะไงได้ดูหนังเรื่องเดียวกันประโยคโดนใจยังคนละประโยคเลย

แล้วคุณชอบหนังไทยเรื่องไหนเป็นพิเศษบ้างละ

Posted by Revolution Mon, 26 Jan 2009 17:18:13 GMT

Posted in  | Tags  | no comments | no trackbacks

DemoCrazy VS Democracy

เวลาจะอธิบายให้ใครฟังว่าประชาธิปไตย มันคืออะไรนี่มันก็ยากอยู่เหมือนกัน บางครับเล่นเอางง หรือก็มีประเภทไม่เอาไม่เข้าใจ ก็แยกง่ายๆว่ามันคือ ประชา(ชน) ก็คือผู้ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดิน กับ (อ)ธิปไตย คือ อำนาจสูงสุดในประเทศ เราก็มอบอำนาจให้คนจำพวกนึงที่อาสาเข้าไปบริหารประเทศเรียกว่านักการเมือง

แต่มักจะได้ยินคำตอบกลับมาว่า พวกมันโกงกิน ใช้อำนาจโดยไม่ชอบ !@#$%^ และอีกมากมาย

สำหรับผมเองคิดว่าที่มันเป็นอย่างนี้เพราะเราไม่เคยให้ ประชาธิปไตย แข็งแรงเลย พอถึงจุดๆนึงก็ reset โดยการ รัฐประหาร เสมือนคอมพิวเตอร์มีไวรัสแต่เสือกกดปุ่ม reset แม่งจะหายไหม ก็แค่อาการดีขึ้นชั่วคราว พวกหาเหวมันก็กลับมาอีก ถึงเอาปืนไปฆ่ามันก็ไรประโยชน์ เดี๋ยวมันก็มีรุ่นใหม่โผล่ออกมาอีก

มันต้องสร้างระบบที่เข็มแข็ง ตรวจสอบได้และซับซ้อนกว่านี้ คือระบบคานอำนาจของไทยเองมันกระจอก นิติบัญญัติ, บริหาร, ตุลาการ แยกออกมา
  • นิติบัญญัติ คนที่เข้ามาทำงานคือ ส.ส. ผ่านร่างกฏหมาย แล้วก็ ส.ว. เพื่อผ่านกฏหมาย ทั้งคู่ล้วนเป็นนักการเมือง
  • บริหาร ได้แก่จำพวก ส.ส. หรือคนนอกทีมีเอี่ยวกับนักการเมืองทำหน้าที่ออกนโยบายและบริหาร ข้าราชการประจำที่ทำงานแต่ละกระทรวงทำหน้าที่สนองนโยบาย
  • ตุลาการ ได้แก่ ผู้พิพากษา, ตำรวจ, อัยการ ล้วนแล้วแต่เป็นข้าราชการ

สังเกตุเห็นได้ว่า ไม่มีที่ว่างสำหรับประชาชน ได้ทำหน้าที่หลังจากกาบัตรลงคะแนนเสียงอีกเลย ส.ส., ช้าราชการ , นักการเมือง ล้วนโดนตรวจสอบโดยตุลาการ ทั้งสิ้น แล้วใครจะตรวจสอบตุลาการบ้าง อัยการยื่นฟ้องอัยการ เคยได้ยินไหม ฮาๆๆ ไม่เคยเลย หรือตรวจสอบผู้พิพากษา มีบ้างไหม ตำรวจตรวจสอบด้วยตำรวจ ตลกจริงๆ คือผมคิดว่ามันน่าจะมีอีกซัก 3 อำนาจขึ้นมาแทรกแซงการทำงานของพวกคนเหล่านี้ คือ อัยการท้องถิ่น ที่ประชาชนสามารถร่วมทำงานได้, รัฐส่วนภูมิภาค(กระจายอำนาจการบริหาร), DSI จริงๆที่ไม่ขึ้นตรงกับรัฐ ส่วนทหารนะเหรอหน้าที่เขาคือป้องกันภัยจากภายนอกไม่ใช่ภายใน

เหตุการที่ผ่านมาซัก 2 ปี ทำให้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยน้อยลงเพราะหลายๆสาเหตุ ไม่มีการอธิบายว่าระบอบประชาธิปไตยคืออะไรผ่านสื่อต่างๆ, สื่อเลือกข้างบ้าง, นายทุนครอบงำบ้าง(เป็นเรื่องปกติ US ก็เป็น), บ้าคลั่งชาติ+บุคคล ไปมาก จนเราลืมไปว่า กูไปเลือกตั้งทำไม ฮาๆๆๆๆ

ที่พล่ามมาทั้งหมดนั้น หวังแค่เพียงอยากจะให้คนอย่าคลั่งกับสิ่งที่เห็นจนมากเกินไปจนลืม core ของมัน ระบบที่เข็มแข็งก็สามารถจำกัดความเสียหายของพวกนักการเมืองเลวๆที่บริหาร ประเทศได้ ผมเชื่อว่าคนดีๆแต่ไม่อยากเป็นนักการเมืองยังคงมีอีกเยอะ แต่มันจะมีประโยชน์ไหมถ้าเก่งแต่ไม่แสดงออก กล้าแต่ไม่ทำ วิจารณ์ยอดแต่ทำไม่เป็น ผมหวังแค่อยากให้คิดเป็นตรรกะ ศึกษาให้แน่ชัดอีกหน่อยเท่านั้นเอง

ป.ล. ถ้าใครจะวิจารณ์ก็เชิญ มันเป็นสิทธิของคุณ
ป.ล.2 ถ้าใครจะด่าขอให้เลิกคิดซะ เพราะมันละเมิดสิทธิของผม
ป.ล.3 ทั้งหมดนี้ไม่ได้อธิบายถึงความคิดทั้งหมดของผม เป็นแค่เพียงเศษๆ
ป.ล.4 วินัยจราจรสะท้อนวินัยชาติ ฮาๆๆๆ

Posted by Revolution Tue, 20 Jan 2009 16:17:54 GMT

Posted in  | Tags ,  | no comments | no trackbacks

resize + unsharp-mask little by little

พี่แสนเคยบอกไว้มานานแล้วว่า เวลาย่อรูปเนี่ยเราไม่ควรย่อลงไปให้ได้ขนาดในทันที เช่น จาก 100% ไปเป็น 50% เราคววรจะแบ่งการย่อทีละนิดๆจาก 100% ไปเป็น 75% แล้วค่อยย่อจาก 75% ให้ได้ 50% หลังการย่อแต่ละครั้งให้ทำ unsharp-mask ด้วยจะทำให้ภาพคมขึ้นและดูสวยงาม
My brother SAN told me long time, when I have to resize, I should not resize to aspect ratio immediately such as 100% to 50%. I have to resize little by little from 100% to 75% then resize from 75% to 50 . Then after each resize process, it should be applied unsharp-mask filter. I will make more sharpen.
ผมก็เลยเขียนเพิ่มให้มันเป็นการแบ่งครั้งที่จะทำการ resize ได้ดังนี้
SHARPEN.times do nphoto = photo.resize(NEWSIZE**(1.0/SHARPEN)) photo = nphoto.unsharp_mask end
ดูได้จากภาพตัวอย่าง ได้ที่ multiply

Posted by Revolution Wed, 10 Sep 2008 16:01:23 GMT

Posted in ,  | Tags , , , ,  | no comments | no trackbacks

ufraw convert Nikon raw to jpg

วิธีการแปลงไฟล์จาก .nef ซึ่งเป็น raw จาก nikon ไปเป็น jpg ทำได้โดยติดตั้ง ufraw ลงบนเครื่อง หลังจากนั้นเปิด program เลือกภาพ ตอนแรกๆ สีจะดูจืดมากๆ เป็นเพราะ color profile ของรูปไม่ถูกต้อง โดน default เป็นค่า sRGB ก็ให้ทำการ download ค่าสีที่ถูกต้องจากหน้าเวบของ ufraw ได้เลยเลือกปรับแต่งสีให้โดนใจ แต่ส่วตัวผมใช้ Input profile ของ nikon D80 + Color Matrix, output ใช้ sRGB + intent Perceptual, Display ใช้ sRGB + intent Disable soft proofing
หลังจากนั้นก็ save แล้วมันจะสร้าง .ufrawrc ไว้ที่ home ของเรา เหมือนเป็นค่าที่เราตั้งเอาไว้ หลังจากนี้ถ้าจะทำการ convert ที่หลายๆไฟล์ ก็ทำไม่ยากแล้วโดยเรียก


$ ufraw-batch *.nef --out-type=jpeg --compress=100 --out-path=./jpg --silent --overwrite

แต่ถ้าขยันๆก็แปลงไปปรับภาพไปทีละรูปแล้วกัน หุห

Posted by Revolution Mon, 11 Aug 2008 10:25:05 GMT

Posted in ,  | Tags , , , ,  | no comments | no trackbacks

วงแหวนอุตสาหกรรม Photo

Circle Bridge

Posted by Revolution Wed, 23 Jul 2008 06:01:00 GMT

Posted in ,  | Tags , ,  | no comments | no trackbacks

My Photo practice

Old Town @ SamutPrakarn

Posted by Revolution Wed, 23 Jul 2008 05:57:06 GMT

Posted in ,  | Tags , ,  | no comments | no trackbacks

วันนั้นก็มาถึง D80!! : That day has come D80!!

วันนี้ไปถอย D80 มาพร้อมเลนส์ 18-70 mm f3.5 เกือบไ่ได้ซะแล้ว แต่ที่สำคัญ หลังจากนี้ต้องปั้มเงิน เสาร์นี้จะไปลองของซะหน่อยที่เมืองโบราณ สมุทรปราการ DSLR มันทำให้เล่นเทคนิคได้เยอะขึ้นเลย หุหุ งั้นก็ถึงเวลาที่จะเขียน module ไว้ up รูปหรือจะไปฝากที่ picasa ดี แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช้ multiply หรอกนะ ชาร์ตแบตซักคืนแล้วนอนก่อนละ

 

Today I have brought Nikons D80 with Lens 18-70 f3.5. I'm so happy with this camera. By the way I have to start collect money. This Saturday, I  may go to Immitate Old Town at SamutPrakarn to shot with D80. DSLR make me easy to play with a technique. So it's time to make a module for upload photo or save it at Picasa (i'm not use a Multiply even i have account)

 

Good Night

 

P.S. Thank you Ja to make dream come true.

Posted by Revolution Tue, 08 Jul 2008 17:15:40 GMT

Posted in  | Tags , ,  | no comments | no trackbacks

รำลึกครบ 24 มิ.ย. อีกครั้ง

เห็นมาจาก pittaya.com จึงนำมาเผ่ยแพร่ต่อ

ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ ๑

ราษฎรทั้งหลาย

เมื่อกษัตริย์องค์นี้ได้ครองราชสมบัติสืบต่อพระเชษฐานั้น ในชั้นต้นราษฎรได้หวังกันว่ากษัตริย์องค์ใหม่นี้จะปกครองราษฎรให้ร่มเย็น แต่การณ์หาเป็นไปตามหวังที่คิดไม่ กษัตริย์คงทรงอำนาจอยู่เหนือกฎหมายตามเดิม ทรงแต่งตั้งญาติวงศ์และคนสอพลอไร้คุณงามความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ ไม่ทรงฟังเสียงราษฎร ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้างซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในการเปลี่ยนราคาเงิน ผลาญเงินทองของประเทศ ยกพวกเจ้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร ปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม ดังที่จะเห็นได้ในการตกต่ำในการเศรษฐกิจและความฝืดเคืองทำมาหากิน ซึ่งราษฎรได้รู้กันอยู่ทั่วไปแล้ว รัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมายมิสามารถแก้ไขให้ฟื้นขึ้นได้ การที่แก้ไขไม่ได้ก็เพราะรัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมายมิได้ปกครองประเทศ เพื่อราษฎรตามที่รัฐบาลอื่น ๆ ได้กระทำกัน รัฐบาลของกษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส (ซึ่งเรียกว่าไพร่บ้าง ข้าบ้าง) เป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม่นึกว่าเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้น แทนที่จะช่วยราษฎร กลับพากันทำนาบนหลังราษฎร จะเห็นได้ว่าภาษีอากรที่บีบคั้นเอาจากราษฎรนั้น กษัตริย์ได้หักเอาไว้ใช้ส่วนตัวปีหนึ่งเป็นจำนวนหลายล้าน ส่วนราษฎรสิ กว่าจะหาได้แต่เล็กน้อย เลือดตาแทบกระเด็น ถึงคราวเสียภาษีราชการหรือภาษีส่วนตัว ถ้าไม่มีเงินรัฐบาลก็ใช้ยึดทรัพย์หรือใช้งานโยธา แต่พวกเจ้ากลับนอนกินกันเป็นสุข ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน ซึ่งชนชาตินั้นได้โค่นราชบัลลังก์เสียแล้ว

รัฐบาลของกษัตริย์ได้ปกครองอย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรงต่อราษฎร มีเป็นต้นว่าจะบำรุงการทำมาหากินอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอย ๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้กิน ว่าราษฎรรู้เท่าไม่ถึงเจ้านั้นไม่ใช่เพราะโง่ เป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าราษฎรได้มีการศึกษาก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้และคงจะไม่ยอม ให้ทำนาบนหลังคน

ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้กู้ให้ประเทศเป็นอิสรภาพพ้นมือจากข้าศึก พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบและกวาดทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน เงินเหล่านี้เอามาจากไหน? ก็เอามาจากราษฎรเพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั่นเอง ! บ้านเมืองกำลังอัตคัตฝืดเคือง ชาวนาและพ่อแม่ทหารต้องทิ้งนา เพราะทำไม่ได้ผล รัฐบาลไม่บำรุง รัฐบาลไล่คนงานออกอย่างเกลื่อนกลาด นักเรียนที่เรียนสำเร็จแล้วและทหารที่ปลดกองหนุนไม่มีงานทำ จะต้องอดอยากไปตามยถากรรม เหล่านี้เป็นผลของรัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมาย บีบคั้นข้าราชการชั้นผู้น้อย นายสิบ และเสมียน เมื่อให้ออกจากงานแล้วไม่ให้เบี้ยบำนาญ ความจริงควรเอาเงินที่กวาดรวบรวมไว้มาจัดบ้านเมืองให้มีงานทำจึงจะสมควรที่ สนองคุณราษฎรซึ่งได้เสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้ร่ำรวยมานาน แต่พวกเจ้าก็หาได้ทำอย่างใดไม่ คงสูบเลือดกันเรื่อยไป เงินมีเท่าไหรก็เอาฝากต่างประเทศคอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย

เหตุฉะนั้น ราษฎร ข้าราชการ ทหาร และพลเรือน ที่รู้เท่าถึงการกระทำอันชั่วร้ายของรัฐบาลดังกล่าวแล้ว จึงรวมกำลังตั้งเป็นคณะราษฎรขึ้น และได้ยึดอำนาจของรัฐบาลของกษัตริย์ไว้แล้ว คณะราษฎรเห็นว่าการที่จะแก้ความชั่วร้ายก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลาย ๆ ความคิดดีกว่าความคิดเดียว ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น คณะราษฎรไม่มีประสงค์ทำการชิงราชสมบัติ ฉะนั้น จึงขอเชิญให้กษัตริย์องค์นี้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์ต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองของแผ่นดิน จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้ นอกจากความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร คณะราษฎรได้แจ้งความเห็นนี้ให้กษัตริย์ทราบแล้ว เวลานี้ยังอยู่ในความรับตอบ ถ้ากษัตริย์ตอบปฏิเสธหรือไม่ตอบภายในกำหนดโดยเห็นแก่ส่วนตนว่าจะถูกลดอำนาจ ลงมาก็จะชื่อว่าทรยศต่อชาติ และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองอย่างประชาธิปไตย กล่าวคือ ประมุขของประเทศจะเป็นบุคคลสามัญซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งขึ้น อยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา ตามวิธีนี้ราษฎรพึงหวังเถิดว่าราษฎรจะได้รับความบำรุงอย่างดีที่สุด ทุก ๆ คนจะมีงานทำ เพราะประเทศของเราเป็นประเทศที่อุดมอยู่แล้วตามสภาพ เมื่อเราได้ยึดเงินที่พวกเจ้ารวบรวมไว้จากการทำนาบนหลังคนตั้งหลายร้อยล้าน มาบำรุงประเทศขึ้นแล้ว ประเทศจะต้องเฟื่องฟูขึ้นเป็นแม่นมั่น การปกครองซึ่งคณะราษฎรจะพึงกระทำก็คือ จำต้องวางโครงการอาศัยหลักวิชา ไม่ทำไปเหมือนคนตาบอด เช่นรัฐบาลที่มีกษัตริย์เหนือกฏหมายทำมาแล้ว เป็นหลักใหญ่ ๆ ที่คณะราษฎรวางไว้ มีอยู่ว่า

๑.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง การศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
๒.จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
๓.ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
๔.จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎร เช่นที่เป็นอยู่)
๕.จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น
๖.จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

ราษฎรทั้งหลายจงพร้อมกันช่วยคณะราษฎรให้ทำกิจอันคงจะอยู่ชั่วดินฟ้านี้ ให้สำเร็จ คณะราษฎรขอให้ทุกคนที่มิได้ร่วมมือเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลกษัตริย์เหนือ กฎหมายพึงตั้งอยู่ในความสงบและตั้งหน้าหากิน อย่าทำการใด ๆ อันเป็นการขัดขวางต่อคณะราษฎรนี้ เท่ากับราษฎรช่วยประเทศและช่วยตัวราษฎร บุตร หลาน เหลน ของตนเอง ประเทศจะมีความเป็นเอกราชอย่างพร้อมบริบูรณ์ ราษฎรจะได้รับความปลอดภัย ทุกคนจะต้องมีงานทำไม่ต้องอดตาย ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกัน และมีเสรีภาพจากการเป็นไพร่ เป็นข้า เป็นทาสพวกเจ้า หมดสมัยที่เจ้าจะทำนาบนหลังราษฎร สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนาคือ ความสุขความเจริญอย่างประเสริฐซึ่งเรียกเป็นศัพท์ว่า “ศรีอาริย์” นั้น ก็จะพึงบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรถ้วนหน้า

คณะราษฎร
๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕

ที่มาจาก วิกิซอร์ซ

Posted by Revolution Tue, 24 Jun 2008 16:22:04 GMT

Posted in  | Tags , ,  | no comments | no trackbacks

Song from past: เพลงเก่าๆสมัยเรียน

ยามลมโชย

โอลันลา ๆ ๆ ๆ
          ยามลมโชยโบกโบยพัดมา  สุขอุราเหลือเกิน
    มองไปทางใดก็ดูช่างเพลิดเพลิน  ผู้หญิงทำเมินทำไม่มอง
    ผู้หญิงก็เหมือน  ดังของเล่น   จำเป็นเมื่อยามต้องการ
    อันนารีเปรียบดังหมูหมา กูเกลียดขี้หน้าผู้หญิงหยิ่งจองหอง
    เห็นกูรักแล้วเสือกทำทะลึ่ง ผู้หญิงอย่างมึงกูไม่มอง โธ่พ่อมึง
          โอลันลา ๆ ๆ ๆ
    อันตัวเราเกิดเป็นชายได้แค่ครั้งเดียว ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับใคร
    จะจีบผู้หญิงก็เพื่อความมัน หากจีบได้นั้นกูจะฟันชะให้เข็ด
    เย็ดแล้วทิ้งกูไม่รับเป็นพ่อ รอเถอะรออย่างไรกูไม่เอา
    ถึงกูรูปไม่หล่อมันก็จริง แต่ผู้หญิงอย่างมึงอย่าหลงมา
    ฟันทีเดียวให้มันเสียวไปข้างนึง ให้สะใจของพวกกู อีดอกทอง


 

Posted by Revolution Mon, 23 Jun 2008 15:37:21 GMT

Posted in  | Tags  | no comments | no trackbacks

ดู The Mist แล้วคิด

จุดจบของมนุษย์ ไม่มีใครมาบังคับ สิ่งที่จะนำจุดจบมานั้นก็คือ “ความสิ้นหวัง” เท่านั้น แม้แต่พระเจ้าก็ไม่มีสิทธิมาบงการชีวิตใครได้ มนุษย์บงการชีวิตตัวเอง ตราบใดที่ไม่สิ้นหวัง ตราบนั้นชีวิตยังเป็นของเรา คนที่ไร้ความหวังแล้ว ก็เหมือนกับตายไปแล้ว

ในเรื่องตัวต้นเหตุไม่ใช่ใคร คือตัวบุคคลเอง แล้วเจ๊บ้าศาสนา ก็เติมเชื้อไฟ

เรื่องนี้หน้าดูมาก

ป.ล. ผมว่า พระเจ้าสู้มนุษย์ไม่ได้หรอก พระเจ้าต่างหากที่กลัวมนุษย์

ป.ล.2 ศาสนาและการเมือง ทำให้คนแบ่งแยกกัน ในทางกลับกัน คนที่แตกแยกกันสร้าง ศาสนาและการเมือง

Posted by Revolution Tue, 27 May 2008 17:40:20 GMT

Posted in  | Tags ,  | no comments | no trackbacks