ปัจจัยในการเลือกผู้ว่า กทม

Posted by Revolution Tue, 16 Sep 2008 14:01:00 GMT

ใกล้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เข้ามาทุกที ก็เลยเขียนไว้ว่าเราจะมีหลักในการเลือกผู้ว่าอย่างไรบ้าง
  • นโยบายของแต่ละคน อันนี้สำคัญที่สุด ผมไม่ได้เลือกเพราะชอบคนนี้ หรือพรรคนี้ หรือปากคนนี้ สำคัญที่นโยบาย ต้องตรงตามกับความต้องการมากที่สุด
  • ขอบเขตและอำนาจผู้ว่าฯ เท่าาที่รู้มาคือผู้ว่าฯ กทม. ก็ไม่ค่อยมีอำนาจเท่าไหร่ เช่นถนนบางสายเป็นของกรมทางหลวง(วิภาวดี,สุขุมวิท,เพชรเกษม) ส่วนใหญ่ก็เป็นของกระทรวงคมนาคม และส่วนนอกเหนืออีกเช่น ตำรวยหัวขวด, BTS, MRT, แม้กระทั่ง ขสมก มันเลยไปกำหนด ข้อที่3
  • Intersect between นโยบายกับขอบเขตอำนาจ ผลลัพธ์ที่ได้คือ สิ่งที่ทำได้จริง
  • ลักษณะการดำเนินนโยบาย พูดง่ายคือ action กับสิ่งที่พูดมายังไง อย่างพวกรับปากพล่อยๆ รถไฟเลียบคลอง (สมัยนั้นพ่อก็ไปลงให้) พอทำไม่ได้ก็โยนไปนู่นโยนไปนี่ ผมอยากได้ไม่ใช่คนรับผิดชอบ ผมอยากได้วิธีการแก้ปัญหา
  • ดูจากผลงานที่ผ่านมา ถ้าใครไม่มีให้ดูประสพการณ์ชีวิต มีบางคนเคยเป็นผู้ว่ามาลงซ้ำ ก็ให้ดูผลงาน แต่ต้องแยกแยะว่าบางอย่างที่เขาอ้างก็ไม่ได้อยู่ในขอบเขตอำนาจของเขา มันเพียงแค่อยู่ใน กทม เท่านั้น ส่วนคนอื่นๆก็ลองดูชีวิตต้องต่อสู้ยังไง ประสพความสำเร็จยังไง แนวทางการดำเนินชีวิตเป็นยัง ปรัชญาในการทำงานเป็นอย่างไร แล้วทั้งหมดนี่ใช้สมองกรองออกมามันตรงตามความต้องการไหม
  • ตัด poll ออกจากหัว ตัดการโฆษณาออกจากหัว ตัดอคติออกจากหัว และที่สำคัญ อย่างเอาการเมืองระดับชาติ มาเป็นองค์ประกอบในการเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่น
สิ่งที่สำคัญกว่าการหาตัวคนผิด คือการรับมือกับปัญหาที่มันเกิดขึ้น ผมมีความเชื่อว่าเราไม่สามารถบังคับไม่ให้เกิดปัญหาได้ (cannot avoid problem) แต่เราสามารถรับมือกับปัญหาได้ (handle a problem) ทุกปัญหามันมีทางแก้ (solved problem) เพราะฉะนั้นรู้จักอยู่กับปัญหา (live with problem) แล้วปัญหามันจะไม่น่ากลัว

Tags , ,  | no comments | no trackbacks

รำลึกครบ 24 มิ.ย. อีกครั้ง

Posted by Revolution Tue, 24 Jun 2008 16:20:00 GMT

เห็นมาจาก pittaya.com จึงนำมาเผ่ยแพร่ต่อ

ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ ๑

ราษฎรทั้งหลาย

เมื่อกษัตริย์องค์นี้ได้ครองราชสมบัติสืบต่อพระเชษฐานั้น ในชั้นต้นราษฎรได้หวังกันว่ากษัตริย์องค์ใหม่นี้จะปกครองราษฎรให้ร่มเย็น แต่การณ์หาเป็นไปตามหวังที่คิดไม่ กษัตริย์คงทรงอำนาจอยู่เหนือกฎหมายตามเดิม ทรงแต่งตั้งญาติวงศ์และคนสอพลอไร้คุณงามความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ ไม่ทรงฟังเสียงราษฎร ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้างซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในการเปลี่ยนราคาเงิน ผลาญเงินทองของประเทศ ยกพวกเจ้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร ปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม ดังที่จะเห็นได้ในการตกต่ำในการเศรษฐกิจและความฝืดเคืองทำมาหากิน ซึ่งราษฎรได้รู้กันอยู่ทั่วไปแล้ว รัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมายมิสามารถแก้ไขให้ฟื้นขึ้นได้ การที่แก้ไขไม่ได้ก็เพราะรัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมายมิได้ปกครองประเทศ เพื่อราษฎรตามที่รัฐบาลอื่น ๆ ได้กระทำกัน รัฐบาลของกษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส (ซึ่งเรียกว่าไพร่บ้าง ข้าบ้าง) เป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม่นึกว่าเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้น แทนที่จะช่วยราษฎร กลับพากันทำนาบนหลังราษฎร จะเห็นได้ว่าภาษีอากรที่บีบคั้นเอาจากราษฎรนั้น กษัตริย์ได้หักเอาไว้ใช้ส่วนตัวปีหนึ่งเป็นจำนวนหลายล้าน ส่วนราษฎรสิ กว่าจะหาได้แต่เล็กน้อย เลือดตาแทบกระเด็น ถึงคราวเสียภาษีราชการหรือภาษีส่วนตัว ถ้าไม่มีเงินรัฐบาลก็ใช้ยึดทรัพย์หรือใช้งานโยธา แต่พวกเจ้ากลับนอนกินกันเป็นสุข ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน ซึ่งชนชาตินั้นได้โค่นราชบัลลังก์เสียแล้ว

รัฐบาลของกษัตริย์ได้ปกครองอย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรงต่อราษฎร มีเป็นต้นว่าจะบำรุงการทำมาหากินอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอย ๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้กิน ว่าราษฎรรู้เท่าไม่ถึงเจ้านั้นไม่ใช่เพราะโง่ เป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าราษฎรได้มีการศึกษาก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้และคงจะไม่ยอม ให้ทำนาบนหลังคน

ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้กู้ให้ประเทศเป็นอิสรภาพพ้นมือจากข้าศึก พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบและกวาดทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน เงินเหล่านี้เอามาจากไหน? ก็เอามาจากราษฎรเพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั่นเอง ! บ้านเมืองกำลังอัตคัตฝืดเคือง ชาวนาและพ่อแม่ทหารต้องทิ้งนา เพราะทำไม่ได้ผล รัฐบาลไม่บำรุง รัฐบาลไล่คนงานออกอย่างเกลื่อนกลาด นักเรียนที่เรียนสำเร็จแล้วและทหารที่ปลดกองหนุนไม่มีงานทำ จะต้องอดอยากไปตามยถากรรม เหล่านี้เป็นผลของรัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมาย บีบคั้นข้าราชการชั้นผู้น้อย นายสิบ และเสมียน เมื่อให้ออกจากงานแล้วไม่ให้เบี้ยบำนาญ ความจริงควรเอาเงินที่กวาดรวบรวมไว้มาจัดบ้านเมืองให้มีงานทำจึงจะสมควรที่ สนองคุณราษฎรซึ่งได้เสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้ร่ำรวยมานาน แต่พวกเจ้าก็หาได้ทำอย่างใดไม่ คงสูบเลือดกันเรื่อยไป เงินมีเท่าไหรก็เอาฝากต่างประเทศคอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย

เหตุฉะนั้น ราษฎร ข้าราชการ ทหาร และพลเรือน ที่รู้เท่าถึงการกระทำอันชั่วร้ายของรัฐบาลดังกล่าวแล้ว จึงรวมกำลังตั้งเป็นคณะราษฎรขึ้น และได้ยึดอำนาจของรัฐบาลของกษัตริย์ไว้แล้ว คณะราษฎรเห็นว่าการที่จะแก้ความชั่วร้ายก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลาย ๆ ความคิดดีกว่าความคิดเดียว ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น คณะราษฎรไม่มีประสงค์ทำการชิงราชสมบัติ ฉะนั้น จึงขอเชิญให้กษัตริย์องค์นี้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์ต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองของแผ่นดิน จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้ นอกจากความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร คณะราษฎรได้แจ้งความเห็นนี้ให้กษัตริย์ทราบแล้ว เวลานี้ยังอยู่ในความรับตอบ ถ้ากษัตริย์ตอบปฏิเสธหรือไม่ตอบภายในกำหนดโดยเห็นแก่ส่วนตนว่าจะถูกลดอำนาจ ลงมาก็จะชื่อว่าทรยศต่อชาติ และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองอย่างประชาธิปไตย กล่าวคือ ประมุขของประเทศจะเป็นบุคคลสามัญซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งขึ้น อยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา ตามวิธีนี้ราษฎรพึงหวังเถิดว่าราษฎรจะได้รับความบำรุงอย่างดีที่สุด ทุก ๆ คนจะมีงานทำ เพราะประเทศของเราเป็นประเทศที่อุดมอยู่แล้วตามสภาพ เมื่อเราได้ยึดเงินที่พวกเจ้ารวบรวมไว้จากการทำนาบนหลังคนตั้งหลายร้อยล้าน มาบำรุงประเทศขึ้นแล้ว ประเทศจะต้องเฟื่องฟูขึ้นเป็นแม่นมั่น การปกครองซึ่งคณะราษฎรจะพึงกระทำก็คือ จำต้องวางโครงการอาศัยหลักวิชา ไม่ทำไปเหมือนคนตาบอด เช่นรัฐบาลที่มีกษัตริย์เหนือกฏหมายทำมาแล้ว เป็นหลักใหญ่ ๆ ที่คณะราษฎรวางไว้ มีอยู่ว่า

๑.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง การศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
๒.จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
๓.ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
๔.จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎร เช่นที่เป็นอยู่)
๕.จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น
๖.จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

ราษฎรทั้งหลายจงพร้อมกันช่วยคณะราษฎรให้ทำกิจอันคงจะอยู่ชั่วดินฟ้านี้ ให้สำเร็จ คณะราษฎรขอให้ทุกคนที่มิได้ร่วมมือเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลกษัตริย์เหนือ กฎหมายพึงตั้งอยู่ในความสงบและตั้งหน้าหากิน อย่าทำการใด ๆ อันเป็นการขัดขวางต่อคณะราษฎรนี้ เท่ากับราษฎรช่วยประเทศและช่วยตัวราษฎร บุตร หลาน เหลน ของตนเอง ประเทศจะมีความเป็นเอกราชอย่างพร้อมบริบูรณ์ ราษฎรจะได้รับความปลอดภัย ทุกคนจะต้องมีงานทำไม่ต้องอดตาย ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกัน และมีเสรีภาพจากการเป็นไพร่ เป็นข้า เป็นทาสพวกเจ้า หมดสมัยที่เจ้าจะทำนาบนหลังราษฎร สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนาคือ ความสุขความเจริญอย่างประเสริฐซึ่งเรียกเป็นศัพท์ว่า “ศรีอาริย์” นั้น ก็จะพึงบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรถ้วนหน้า

คณะราษฎร
๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕

ที่มาจาก วิกิซอร์ซ

Posted in  | Tags , ,  | no comments | no trackbacks

Whose is Road? : ปิดถนนทำไม

Posted by Revolution Thu, 22 May 2008 04:33:00 GMT

Yesterday at 4 p.m., I passed to Ratchada road going to A-Soke road. Traffic was so jam, about 30 minutes, so I thinked there is a problem at A-Soke road. I decided to go to express way. F_ck……. I stopped before toll payment gateway around 10 minutes. I thinked so far …..

I do not understand why thay have to close a road, they know that a thousand car stop for 30 minutes lose how much ful, lose time, lose opportunity, or they think that WE ARE NO MEANING?

เมื่อวานตอนเย็นซัก 4 โมงกว่าๆ ผ่านไปทางรัชดาจะเข้าอโศก รถติดนานมากๆ ครึ่งชั่วโมงหว่าไม่หลุดไปไหนเลย นึกว่ามีปัญหาที่อโศก เลยเลี้ยวขึ้นทาด่วนที่พระรามเก้า เจ็ดๆๆๆๆๆๆ รถติดถึงที่เก็บเงิน คิดได้สถานเดียว….

ไม่เข้าใจเลยว่าจะปิดถนนทำไม รู้ไหมว่ารถติดเป็นพันๆ คัน ครึ่งชั่วโมงกว่าๆ เสียน้ำมันไปเท่าไหร่ เสียเวลา รายได้เท่าไหร่ เสียโอกาศเท่าไหร่ หรือ พวกเรามันไม่สำคัญหว่ะ

Posted in  | Tags ,  | no comments | no trackbacks

ไม่ยืนไม่ผิด เห็นต่างไม่ผิด : Not stand not illegel Difference not wrong

Posted by Revolution Wed, 07 May 2008 16:59:00 GMT

I might be out of edge that news of one guy not standing while theater show a anthem. He is under sue. There is news that I read from pittaya

รู้สึกว่าตัวเองตกข่าวไปหน่อย

* ประชาไท – ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร เห็นต่างไม่ใช่อาชญากรรม, ข่าวที่ไม่ได้รับการตีพิมพ์: ว่าด้วยเรื่อง ‘โชติศักดิ์ อ่อนสูง’ * ผู้จัดการออนไลน์ – เผยโฉม “โชติศักดิ์” ไม่ยืนตรงเพลงสรรเสริญ-โทษถึงคุก! * ประชาทรรศน์ – แจ้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ พวกขวางโลกไม่ยืนตรงในโรงหนัง (ลิงก์เข้าไม่ได้แล้ว) * Bangkok Post – Activist denies charge of lese majeste (ลิงก์เข้าไม่ได้เช่นกัน) * รอยเตอร์ – Sit down protest lands Thai in royal trouble * TimesOnline – Filmgoer faces jail in Thailand for sitting during the national anthem * Asia Sentinel – A Thai Stands Up for Sitting Down

ผมว่าจะมีใครบ้าคลั่งว่าถ้ามันมีเพลงดังกลางสี่แยก แล้วไม่หยุดขับรถลงมายืน จะฟ้องเนี่ย มันก็คงติดคุกด้วยมั้ง

อะไรที่มันเกินพอดีจะกลับกลายเป็นผลร้าย ไม่เพียงแค่คนที่เราเคารพที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ สังคมโดยรวมก็จะแย่ไปด้วย ถึงเวลาที่ต้องเลิกหรอกตัวเองกันได้แล้ว มีคนเห็นต่างจากมากมาย ถ้าจะทำให้ทุกคนเห็นเหมือนเรา โลกมันคงหมุนไปตามที่เราคิดได้

แล้วมันก็ไม่เกี่ยวกับประชาธิปไตย, จารีตประเพณี ถ้าเสียงส่วนใหญ่คือคำตัดสินผมว่าน่าจะเรียกกฏหมู่ มากกว่านะ ส่วนจารีตประเพณีมันเปลี่ยนกันได้นะ

ที่มันเกี่ยวคือเสรีภาพในการแสดง ผมว่าเสรีภาพนะไร้กรอบและขอบเขต แต่ถ้ามันกระทบถึงใครก็ถึงได้มีกฏหมายเขียนเพื่อควบคุมให้มันไม่เลยเถิด ตราบเท่าที่ยังเคารพเสรีภาพซึ่งกันและกัน

ผมคิด ผมไม่พูด ผมไม่ทำ ไม่เกิดเรื่อง
ผมคิด ผมพูด ผมทำ เกิดเรื่อง
ผมคิด คุณไม่ให้พูด อึดอัด อดทน
ผมคิด คุณไม่ให้ทำ ฝืนทน กล้ำกลืน
กลั่นกรอง ใช้สมอง ตรึกตรอง กูจะทำ

Posted in  | Tags , ,  | no comments | no trackbacks

ทิเบต ส่วนหนึ่งที่คนไม่รู้

Posted by Revolution Mon, 24 Mar 2008 13:40:00 GMT

พักนี้หลายคนคงได้ฟังข่าวเกี่ยวกับทิเบต และก็อาจจะทำให้คิดได้ว่าจีนมันช่างโหดร้ายอะไรเช่นนี้ ผมเองก็มีความคิดบ้างพอสมควร ก็เลยไปลองหาข้อมูลมาได้ดังนี้

แต่ก่อนทิเบตถูกปกครองโดยชนชั้น 3 ชนชั้น ได้แก่ กะสัตว์ ลามะ และขุนนาง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นชนชั้นปกครองและมีชาวนา, พ่อค้า, และผู้ใช้แรงงานเป็นคนชนชั้นล่าง โดยมีระบบศักดินาเป็นการปกครองโดยไม่มีทาส (หรืออาจจะมีก็ไม่ทราบ) ชนชั้นปกครองก็จะมีที่นาเป็นของตัวเองแต่ไม่ต้องลงมือทำเอง (อาจเดาได้แล้ว) คือให้พวกชาวนามาเช่าที่นาเอาไปปลูกข้าวแล้วแบ่งผลประโยชน์กัน ผมสมมุติว่าเป็น 70:30 คือให้ชาวนา 70 เจ้าของที่ 30 ซึ่งมันก็ดูพอไปไหว แต่มันเกิดเหตุการตามระบบ คือความต้องการที่และจำนวนที่ มันมีจำกัด ทำให้อัตราการต่อรองสูงถึง 60:40 หรือมากกว่านั้น เจ้าของที่เองก็ต้องการเงินมา ขณะที่ชาวนาก็ต้องเลี้ยงชีวิต จึงต้องจำทนกันต่อไป

เหตุการณ์ที่มันระอุคือความไม่พอใจในชนชั้นล่าง คือมันเริ่มไม่พอเลี้ยงตัวเอง มันก็เลยเกิดความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรม (ที่จริงผมก็ไม่เคยหาเจอ) กรอบกับจีนก็เข้ามาเสนอทางเลือกให้คนทิเบตเอง ซึ่งในขณะนั้นมีลามะ 2 คน สายแรกมาจากชนชั้นปกครอง ไม่สนับสนุนให้ทิเบตเปลี่ยนการปกครอง ส่วนอีกสายมาจากไหนก็ไม่ทราบแต่เป็นผู้นำให้เปลี่ยนการปกครองแต่มาตายหลังการลงคะแนน

การลงคะแนนให้เปลี่ยนระบอบการปกครอง ก็คงเดากันได้ คนส่วนมากที่โดนกดขี่มานานก็ย่อมต้องโหยหาความเท่าเทียม ดังนั้นระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์คือคำตอบในขณะนั้น จีนก็จะเข้ามาแบ่งสรรปันส่วนให้ทุกคนสามารถทำมาหาเลี้ยงชีพเองได้ แล้วจะเอาที่ดินมาจากไหนล่ะ? แน่นอนก็ต้องเอามาจากชนชั้นปกครองเดิม ก็เลยทำให้ชนชั้นปกครองไม่พอใจอย่างมาก

หลังจากที่ลามะสายที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงตายลง ลามะคนปัจจุบันก็ดำรงค์ตำแหน่งแทนซึ่งมาจากสายปกครอง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นคนที่ 14 เมื่อมีความวุ่นวายย่อมมีมือที่สามเข้ามา ส่วนนึงน่าจะเป็นอเมริกา(ตัวเหี้ย) ให้การสนับสนุนับพวกชนชั้นปกครองเดิม คือถ้ามันสำเร็จสามารถให้พวกปกครองเดิมเข้าไปสร้างฐานอำนาจได้ ก็จะเป็นบุญคุณกันต่อมา แต่ถ้าไม่สำเร็จก็จะเอาไว้เป็นเครื่องมือต่อรองกับจีนได้

การพลาดท่าครั้งใหญ่ของลามะคนปัจจุบันคือการไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ความวุ่นวายได้ ใจคนหยั่งยากแท้ แม้ว่าจะเกิดการชุมนุมและก่อจราจลที่ทิเบต และหวังว่าจะให้เกิดเหตุการเดียวกับเทียนอันเหมิน แต่จีนเองก็ไม่ได้โง่ เจ็บแล้วจำ (ไม่เหมือนแดนสุวรรณภูมิ ไม่เคยจำ) ภาพที่ออกมาคือส่วนใหญ่คนที่ตายคือคนฮั่น(จีน) และทหารก็ไม่ได้ใช้ความรุนแรงเกินเหตุในการระงับจราจล

ผมเองคิดว่าลามะพลาดท่าอย่างแรงและจีนเองก็มีความอดทนอดกลั้นเพียงพอ อาจเป็นเพราะใกล้งานโอลิมปิกแล้ว งานนี้ถ้าลามะจะแก้เกมได้คงมีหนทางไม่มากนักการที่ออกมาประกาศว่าจะลาออก คิดว่าเป็นเพียงการแก้เกี้ยว ทางออกที่ดีที่สุดของลามะ ตอนนี้คือการสอนศาสนาแล้วคิดทบทวนตัวเอง

จีนเองก็ประสพปัญหาคล้ายกับประเทศไทยคือพวกคลั่งศาสนานึงหัวรุนแรงมากด้วยอยู่แถบซินเกียง (ก่อนถึงทิเบต) เรียกว่าชนเผ่าหุย คิดว่าพระเจ้ามันดีสุดๆ จีนเขาไม่ใจดีเหมือนไทย เขาทำงานมีประสิทธิภาพจับได้คาหนังคาเขา ยิงทิ้ง สถานเดียว ล่าสุดมีพวกนี้ถือขวดน้ำขึ้นเครื่องบิน ปกติเขาจะไม่ค่อยยุ่งกับพวกหุย เพราะเดียวหาว่ารังแกชนกลุ่มน้อย (เรื่องจริง เจอมาที่เซียงไฮ้ พวกขายเนื้อย่างถ้าหน้าฮันหรือจีนๆ จะโดนตำรวจไล่) เอาขวดน้ำไปไว้ในห้องน้ำเครื่องบิน เปิดฝาทิ้งไว้ โชคดีแอร์มาได้กลิ่นเป็นน้ำมัน เลยจับได้ มันบอกว่าจะระเบิดเครื่องบิน โชคดีจริงๆ ความรุนแรงที่แก้ด้วยความรุนแรงมักจะไม่จบ ยกเว้นฆ่าล้างเผ่าเหมือฮิตเลอร์ ไม่แน่ว่าอีกหน่อยจีนอาจต้องมาดูงานในไทย(ถ้ามันสงบจริง) ก็เป็นได้

ป.ล. จำแหล่งอ้างอิงไม่ได้ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

Posted in  | Tags , , , ,  | no comments | no trackbacks

political compass

Posted by Revolution Thu, 23 Aug 2007 12:00:00 GMT

เ้ห็นเขาลองทำ ก็เลยเอามั่ง เป็นไปตามคาด เรามันหัวเอียงซ้าย

Economic Left/Right: -7.38

Social Libertarian/Authoritarian: -3.52

ลองทำดูได้ที่ political compass

Posted in  | Tags ,  | no comments | no trackbacks

ตายเพื่อ อุดมการณ์

Posted by Revolution Wed, 01 Nov 2006 13:57:00 GMT

เพิ่งรู้ว่าการตายเพื่อ อุดมการณ์ มันต้องฆ่าตัวตายอ่ะ

ผมเองก็เป็นคนที่มีอุดมการณ์พอสมควร แต่การตายเพื่ออุดมการณ์ที่เคยคิดไว้ไม่ใช่การฆ่าตัวตายอย่างนี้ มันน่าจะมี*วิถี*การต่อสู้ที่มันไม่ใช่การฆ่าตัวตาย ไม่ว่าใครทั้งหมดจะถูกหรือจะผิด การยึดเอาความคิดเห็นตัวเองเป็นหลักนั้นย่อมไม่เกิดผลดี ทั้งตัวเองและผู้อื่น

ชีวิตหนึ่งเกิดมา เพื่อ อุดมการณ์ ตายเพื่ออุดมการณ์ แต่ยังไม่ทันจะได้ใช้ สติ + ปัญญา ก็ด่วนมาตายจากไป

ตายไปแล้วก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว น่าจะอยู่เพื่อสู้ต่อจนตัวตายจะดีกว่าไหม

Posted in  | Tags ,  | no comments | no trackbacks