ไม่มีความรักใดได้มาจาการเกลียดชัง
-
เคารพกฏจราจร อย่าจ่ายหม๋าต๋าตรงนั่น เก็บใบสั่งไปเสียให้ถูกต้องเพราะนั่นคือค่าผิดกฏ
-
จ่ายภาษีรายได้บุคคลธรรมดา หรือ ภงด.90 หรือ 91 เพราะการจ่ายภาษีคือหน้าที่ของประชาชนที่ดี
-
ทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง แค่นี้เด็กอนุบาลยังทำได้เลย
-
ร้านรถเข็น ช่วยขายให้เป็นที่เป็นทางด้วย และข้อ2 ด้วย ทำความสะอาดด้วยพื้นที่ขายอาหารมันจะมีสิ่งปฏิกูลแลัสัตว์ไม่พึงประสงค์
-
อย่าซื้อของละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะสิ่งนี้บ่อนทำลายชื่อเสียงและเศรษฐกิจของชาติ ร้ายแรงกว่า........... เสียอีก
-
คิด อย่างผู้เจริญ มีเหตุผล อาจารย์ผมสอนไว้ว่าต้องรู้จัก 6 สิ่งที่แยกแยะกันคือ true false right wrong appropriate inappropriate (ถูก ผิด ชอบธรรม ไม่ชอบธรรม เหมาะสม ไม่เหมาะสม) สิ่งเหล่านี้มันจะกำกวมกันอย่างมาก บางสิ่งถูกแต่ไม่ชอบธรรมแต่เหมาะสมกับสถานการณ์ คนเราก็ต้องรู้จัก trade-off (ได้อย่างเสียอย่าง)
คน 3 ประเภทของนายปรีดี และการปรับใช้
ในสมัยก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง นายปรีดี พนมยงค์ ได้แบ่งกลุ่มผู้ร่วมก่อการไว้เป็น 3 ประเภท- ดี 1 บุคคลที่เหมาะสมได้รับคำชวนให้ร่วมเข้าก่อการก่อนวันลงมือ
- ดี 2 บุคคลที่ได้รับการชวนเมื่อได้ลงมือปฏิบัติแล้ว ซึ่งย่มมีบทบาทเป็นกำลังให้ได้ (ผู้ที่รู้แล้วเห็นด้วยตั้งแต่แรก)
- ดี 3 บุคคลที่ได้รับการชวนเมื่อได้ลงมือปฏิบัติแล้ว แต่มีท่าทีเห็นด้วยหลังการปฏิบัติแสดงผลว่าจะสำเร็จ (พูดง่ายคือ รอดูว่าชนะแล้วจึงเข้าพวก)
คำพูดไม่ตรงตามหนังสือนะครับ ผมแปลงข้อความเพื่อที่จะได้นำไปใช้ในทุกๆเรื่อง อย่างเวลาที่เราจะทำการเปลี่ยนแปลงสิ่งใดๆ เช่นการเริ่มต้นใช้ระบบจัดการเอกสารในองค์กรเราสามารถนำข้อคิดนี้ไปปรับใช้ ได้คือ
- หาผู้ร่วมคิดเห็นเหมือนกัน ว่าต้องใช้ระบบจัดการเอกสารเพื่อความเป็นระเบียบและตรวจสอบได้
- เมื่อทำแผนยื่นข้อเสนอก็ต้องประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ที่ต้องการใช้ระบบได้รับรู้ว่าเราจะมีการเปลี่ยนแปลง และหาคนประเภท ดี 2 คือเห็นด้วยและพร้อมที่จะดำเนินการ คนจำพวกนี้จำเป็นที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลง เพราะถ้าได้เยอะและคุณภาพ จะทำให้การเปลี่ยนแปลงมีพลวัต
- หลังจากมีการเริ่มใช้งาน ระบบจัดการเอกสารแล้ว ก็ให้สำรวจว่ามีใครที่เปลี่ยนแล้วชอบใจ ก็ให้รีบดึงเข้ามา ไม่ว่าจะด้วยการอบรม หรือเพิ่มศักยภาพเขาเหล่านั้น ส่วนคนที่ยังคลางแคลงใจ ขี้เกียจใช้ หรือใช้ไม่เป็น ก็ต้องแสดงให้เขาเหล่านั้นเป็นว่า การใช้งานระบบจัดการเอกสารนั้นทำให้ทำงานง่ายขึ้นหรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้เขาได้เห็นว่ามันดี หรือบีบเขาด้วยคนหมู่มาก คนประเภท ดี 3 นี้ดูภายนอกเหมือนจะเป็นแบบ ป้องกันตัวเอง ชอบความแน่นอน หรือชอบข้างชนะ แต่กำลังส่วนสุดท้ายนี้แหละสำคัญ มันจะเป็นการสร้างรากฐาน จะทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้นมีพลวัต มีแรงขับเคลื่อน ส่วนใหญ่มักจะตายที่ส่วนนี้
[...]
งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 2552
งานนี้สอยไปหลาย หมดเงินไปไม่น้อยเลยเริ่มจากล่างขึ้นบนเลยแล้วกัน

- ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษผู้อภิวัฒน์ เขียนโดน อ.อนุสรณ์ ธรรมใจ เป็นเรื่องราวของนายปรีดี ผู้ซึ่งทำคุณงามความดีให้แก่ประเทศไทยมากมาย หนึ่งในผู้นำเสรีไทย ที่ทำให้ไทยไม่ถูกเป็นพวกแพ้สงคราม แต่กลับต้องถูกเนรเทศไปเสียชีวิตที่ฝรั่งเศษ (เล่มนี้เดินหานานมาก ไม่นึกว่าจะอยู่ค่าย เนชั่น แต่ซื้อที่ ซีเอ็ด) (168 บาท)
- วาทะแด่ผู้ล่วงลับ เป็นวนิยายแนว sci-fi เป็นภาคที่ 2 ของ เกมพลิกโลก (270 บาท)
- เกมพลิกโลก นวนิยายแนว sci-fi ได้แรงบันดาลใจ มาจาก mk ที่เขียนเอาไว้ (240 บาท ซื้อสองภาคเหลือ 450)
- โฉมหน้าศักดินาไทย ของค่ายฟ้าเดียวกัน ก็เพียงแค่อยากรู้ว่า แต่ก่อนนี้ทำไม จิตร ภูมิศักดิ์ ถึงได้เขียนหนังสืออย่างนี้ไว้ได้อย่างไร แล้วเหตุใดจึงนำจุดจบไปสู่ชีวิตของเขา เรื่องราวเกี่ยวกับการเอาเปรียบ กดขี่ ของชนชั้นศักดินาที่มีแต่โบราณ จนถึงปัจจุบัน (135 บาท)
- เจิ้งเหอ ตามหลักฐานจีน ว่าเขาเป็นผู้ค้นพบโลกทั้งโลก ทั้ง อเมริกา และ ออสเตเรีย ค้าขายไปทั้วโลก และได้รับการกล่าวขานว่าเป็น ซำปอกง (80 บาท)
- 36 กลยุทธ์ ภาคปฏิบัติ (ค่าย book time บูท M27)
- Six Thinking Hat
[...]
งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 2552
งานนี้สอยไปหลาย หมดเงินไปไม่น้อยเลยเริ่มจากล่างขึ้นบนเลยแล้วกัน

- ปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษผู้อภิวัฒน์ เขียนโดน อ.อนุสรณ์ ธรรมใจ เป็นเรื่องราวของนายปรีดี ผู้ซึ่งทำคุณงามความดีให้แก่ประเทศไทยมากมาย หนึ่งในผู้นำเสรีไทย ที่ทำให้ไทยไม่ถูกเป็นพวกแพ้สงคราม แต่กลับต้องถูกเนรเทศไปเสียชีวิตที่ฝรั่งเศษ (เล่มนี้เดินหานานมาก ไม่นึกว่าจะอยู่ค่าย เนชั่น แต่ซื้อที่ ซีเอ็ด) (168 บาท)
- วาทะแด่ผู้ล่วงลับ เป็นวนิยายแนว sci-fi เป็นภาคที่ 2 ของ เกมพลิกโลก (270 บาท)
- เกมพลิกโลก นวนิยายแนว sci-fi ได้แรงบันดาลใจ มาจาก mk ที่เขียนเอาไว้ (240 บาท ซื้อสองภาคเหลือ 450)
- โฉมหน้าศักดินาไทย ของค่ายฟ้าเดียวกัน ก็เพียงแค่อยากรู้ว่า แต่ก่อนนี้ทำไม จิตร ภูมิศักดิ์ ถึงได้เขียนหนังสืออย่างนี้ไว้ได้อย่างไร แล้วเหตุใดจึงนำจุดจบไปสู่ชีวิตของเขา เรื่องราวเกี่ยวกับการเอาเปรียบ กดขี่ ของชนชั้นศักดินาที่มีแต่โบราณ จนถึงปัจจุบัน (135 บาท)
- เจิ้งเหอ ตามหลักฐานจีน ว่าเขาเป็นผู้ค้นพบโลกทั้งโลก ทั้ง อเมริกา และ ออสเตเรีย ค้าขายไปทั้วโลก และได้รับการกล่าวขานว่าเป็น ซำปอกง (80 บาท)
- 36 กลยุทธ์ ภาคปฏิบัติ (ค่าย book time บูท M27)
- Six Thinking Hat
[...]
DemoCrazy VS Democracy
เวลาจะอธิบายให้ใครฟังว่าประชาธิปไตย มันคืออะไรนี่มันก็ยากอยู่เหมือนกัน บางครับเล่นเอางง หรือก็มีประเภทไม่เอาไม่เข้าใจ ก็แยกง่ายๆว่ามันคือ ประชา(ชน) ก็คือผู้ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดิน กับ (อ)ธิปไตย คือ อำนาจสูงสุดในประเทศ เราก็มอบอำนาจให้คนจำพวกนึงที่อาสาเข้าไปบริหารประเทศเรียกว่านักการเมืองแต่มักจะได้ยินคำตอบกลับมาว่า พวกมันโกงกิน ใช้อำนาจโดยไม่ชอบ !@#$%^ และอีกมากมาย
สำหรับผมเองคิดว่าที่มันเป็นอย่างนี้เพราะเราไม่เคยให้ ประชาธิปไตย แข็งแรงเลย พอถึงจุดๆนึงก็ reset โดยการ รัฐประหาร เสมือนคอมพิวเตอร์มีไวรัสแต่เสือกกดปุ่ม reset แม่งจะหายไหม ก็แค่อาการดีขึ้นชั่วคราว พวกหาเหวมันก็กลับมาอีก ถึงเอาปืนไปฆ่ามันก็ไรประโยชน์ เดี๋ยวมันก็มีรุ่นใหม่โผล่ออกมาอีก
มันต้องสร้างระบบที่เข็มแข็ง ตรวจสอบได้และซับซ้อนกว่านี้ คือระบบคานอำนาจของไทยเองมันกระจอก นิติบัญญัติ, บริหาร, ตุลาการ แยกออกมา
- นิติบัญญัติ คนที่เข้ามาทำงานคือ ส.ส. ผ่านร่างกฏหมาย แล้วก็ ส.ว. เพื่อผ่านกฏหมาย ทั้งคู่ล้วนเป็นนักการเมือง
- บริหาร ได้แก่จำพวก ส.ส. หรือคนนอกทีมีเอี่ยวกับนักการเมืองทำหน้าที่ออกนโยบายและบริหาร ข้าราชการประจำที่ทำงานแต่ละกระทรวงทำหน้าที่สนองนโยบาย
- ตุลาการ ได้แก่ ผู้พิพากษา, ตำรวจ, อัยการ ล้วนแล้วแต่เป็นข้าราชการ
สังเกตุเห็นได้ว่า ไม่มีที่ว่างสำหรับประชาชน ได้ทำหน้าที่หลังจากกาบัตรลงคะแนนเสียงอีกเลย ส.ส., ช้าราชการ , นักการเมือง ล้วนโดนตรวจสอบโดยตุลาการ ทั้งสิ้น แล้วใครจะตรวจสอบตุลาการบ้าง อัยการยื่นฟ้องอัยการ เคยได้ยินไหม ฮาๆๆ ไม่เคยเลย หรือตรวจสอบผู้พิพากษา มีบ้างไหม ตำรวจตรวจสอบด้วยตำรวจ ตลกจริงๆ คือผมคิดว่ามันน่าจะมีอีกซัก 3 อำนาจขึ้นมาแทรกแซงการทำงานของพวกคนเหล่านี้ คือ อัยการท้องถิ่น ที่ประชาชนสามารถร่วมทำงานได้, รัฐส่วนภูมิภาค(กระจายอำนาจการบริหาร), DSI จริงๆที่ไม่ขึ้นตรงกับรัฐ ส่วนทหารนะเหรอหน้าที่เขาคือป้องกันภัยจากภายนอกไม่ใช่ภายใน
เหตุการที่ผ่านมาซัก 2 ปี ทำให้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบอบประชาธิปไตยน้อยลงเพราะหลายๆสาเหตุ ไม่มีการอธิบายว่าระบอบประชาธิปไตยคืออะไรผ่านสื่อต่างๆ, สื่อเลือกข้างบ้าง, นายทุนครอบงำบ้าง(เป็นเรื่องปกติ US ก็เป็น), บ้าคลั่งชาติ+บุคคล ไปมาก จนเราลืมไปว่า กูไปเลือกตั้งทำไม ฮาๆๆๆๆ
ที่พล่ามมาทั้งหมดนั้น หวังแค่เพียงอยากจะให้คนอย่าคลั่งกับสิ่งที่เห็นจนมากเกินไปจนลืม core ของมัน ระบบที่เข็มแข็งก็สามารถจำกัดความเสียหายของพวกนักการเมืองเลวๆที่บริหาร ประเทศได้ ผมเชื่อว่าคนดีๆแต่ไม่อยากเป็นนักการเมืองยังคงมีอีกเยอะ แต่มันจะมีประโยชน์ไหมถ้าเก่งแต่ไม่แสดงออก กล้าแต่ไม่ทำ วิจารณ์ยอดแต่ทำไม่เป็น ผมหวังแค่อยากให้คิดเป็นตรรกะ ศึกษาให้แน่ชัดอีกหน่อยเท่านั้นเอง
ป.ล. ถ้าใครจะวิจารณ์ก็เชิญ มันเป็นสิทธิของคุณ
ป.ล.2 ถ้าใครจะด่าขอให้เลิกคิดซะ เพราะมันละเมิดสิทธิของผม
ป.ล.3 ทั้งหมดนี้ไม่ได้อธิบายถึงความคิดทั้งหมดของผม เป็นแค่เพียงเศษๆ
ป.ล.4 วินัยจราจรสะท้อนวินัยชาติ ฮาๆๆๆ
[...]
ปัจจัยในการเลือกผู้ว่า กทม
ใกล้เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เข้ามาทุกที ก็เลยเขียนไว้ว่าเราจะมีหลักในการเลือกผู้ว่าอย่างไรบ้าง- นโยบายของแต่ละคน อันนี้สำคัญที่สุด ผมไม่ได้เลือกเพราะชอบคนนี้ หรือพรรคนี้ หรือปากคนนี้ สำคัญที่นโยบาย ต้องตรงตามกับความต้องการมากที่สุด
- ขอบเขตและอำนาจผู้ว่าฯ เท่าาที่รู้มาคือผู้ว่าฯ กทม. ก็ไม่ค่อยมีอำนาจเท่าไหร่ เช่นถนนบางสายเป็นของกรมทางหลวง(วิภาวดี,สุขุมวิท,เพชรเกษม) ส่วนใหญ่ก็เป็นของกระทรวงคมนาคม และส่วนนอกเหนืออีกเช่น ตำรวยหัวขวด, BTS, MRT, แม้กระทั่ง ขสมก มันเลยไปกำหนด ข้อที่3
- Intersect between นโยบายกับขอบเขตอำนาจ ผลลัพธ์ที่ได้คือ สิ่งที่ทำได้จริง
- ลักษณะการดำเนินนโยบาย พูดง่ายคือ action กับสิ่งที่พูดมายังไง อย่างพวกรับปากพล่อยๆ รถไฟเลียบคลอง (สมัยนั้นพ่อก็ไปลงให้) พอทำไม่ได้ก็โยนไปนู่นโยนไปนี่ ผมอยากได้ไม่ใช่คนรับผิดชอบ ผมอยากได้วิธีการแก้ปัญหา
- ดูจากผลงานที่ผ่านมา ถ้าใครไม่มีให้ดูประสพการณ์ชีวิต มีบางคนเคยเป็นผู้ว่ามาลงซ้ำ ก็ให้ดูผลงาน แต่ต้องแยกแยะว่าบางอย่างที่เขาอ้างก็ไม่ได้อยู่ในขอบเขตอำนาจของเขา มันเพียงแค่อยู่ใน กทม เท่านั้น ส่วนคนอื่นๆก็ลองดูชีวิตต้องต่อสู้ยังไง ประสพความสำเร็จยังไง แนวทางการดำเนินชีวิตเป็นยัง ปรัชญาในการทำงานเป็นอย่างไร แล้วทั้งหมดนี่ใช้สมองกรองออกมามันตรงตามความต้องการไหม
- ตัด poll ออกจากหัว ตัดการโฆษณาออกจากหัว ตัดอคติออกจากหัว และที่สำคัญ อย่างเอาการเมืองระดับชาติ มาเป็นองค์ประกอบในการเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่น
รำลึกครบ 24 มิ.ย. อีกครั้ง
เห็นมาจาก pittaya.com จึงนำมาเผ่ยแพร่ต่อ
ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ ๑
ราษฎรทั้งหลาย
เมื่อกษัตริย์องค์นี้ได้ครองราชสมบัติสืบต่อพระเชษฐานั้น ในชั้นต้นราษฎรได้หวังกันว่ากษัตริย์องค์ใหม่นี้จะปกครองราษฎรให้ร่มเย็น แต่การณ์หาเป็นไปตามหวังที่คิดไม่ กษัตริย์คงทรงอำนาจอยู่เหนือกฎหมายตามเดิม ทรงแต่งตั้งญาติวงศ์และคนสอพลอไร้คุณงามความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ ไม่ทรงฟังเสียงราษฎร ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้างซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในการเปลี่ยนราคาเงิน ผลาญเงินทองของประเทศ ยกพวกเจ้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร ปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม ดังที่จะเห็นได้ในการตกต่ำในการเศรษฐกิจและความฝืดเคืองทำมาหากิน ซึ่งราษฎรได้รู้กันอยู่ทั่วไปแล้ว รัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมายมิสามารถแก้ไขให้ฟื้นขึ้นได้ การที่แก้ไขไม่ได้ก็เพราะรัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมายมิได้ปกครองประเทศ เพื่อราษฎรตามที่รัฐบาลอื่น ๆ ได้กระทำกัน รัฐบาลของกษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส (ซึ่งเรียกว่าไพร่บ้าง ข้าบ้าง) เป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม่นึกว่าเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้น แทนที่จะช่วยราษฎร กลับพากันทำนาบนหลังราษฎร จะเห็นได้ว่าภาษีอากรที่บีบคั้นเอาจากราษฎรนั้น กษัตริย์ได้หักเอาไว้ใช้ส่วนตัวปีหนึ่งเป็นจำนวนหลายล้าน ส่วนราษฎรสิ กว่าจะหาได้แต่เล็กน้อย เลือดตาแทบกระเด็น ถึงคราวเสียภาษีราชการหรือภาษีส่วนตัว ถ้าไม่มีเงินรัฐบาลก็ใช้ยึดทรัพย์หรือใช้งานโยธา แต่พวกเจ้ากลับนอนกินกันเป็นสุข ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน ซึ่งชนชาตินั้นได้โค่นราชบัลลังก์เสียแล้ว
รัฐบาลของกษัตริย์ได้ปกครองอย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรงต่อราษฎร มีเป็นต้นว่าจะบำรุงการทำมาหากินอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอย ๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้กิน ว่าราษฎรรู้เท่าไม่ถึงเจ้านั้นไม่ใช่เพราะโง่ เป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าราษฎรได้มีการศึกษาก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้และคงจะไม่ยอม ให้ทำนาบนหลังคน
ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้กู้ให้ประเทศเป็นอิสรภาพพ้นมือจากข้าศึก พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบและกวาดทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน เงินเหล่านี้เอามาจากไหน? ก็เอามาจากราษฎรเพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั่นเอง ! บ้านเมืองกำลังอัตคัตฝืดเคือง ชาวนาและพ่อแม่ทหารต้องทิ้งนา เพราะทำไม่ได้ผล รัฐบาลไม่บำรุง รัฐบาลไล่คนงานออกอย่างเกลื่อนกลาด นักเรียนที่เรียนสำเร็จแล้วและทหารที่ปลดกองหนุนไม่มีงานทำ จะต้องอดอยากไปตามยถากรรม เหล่านี้เป็นผลของรัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมาย บีบคั้นข้าราชการชั้นผู้น้อย นายสิบ และเสมียน เมื่อให้ออกจากงานแล้วไม่ให้เบี้ยบำนาญ ความจริงควรเอาเงินที่กวาดรวบรวมไว้มาจัดบ้านเมืองให้มีงานทำจึงจะสมควรที่ สนองคุณราษฎรซึ่งได้เสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้ร่ำรวยมานาน แต่พวกเจ้าก็หาได้ทำอย่างใดไม่ คงสูบเลือดกันเรื่อยไป เงินมีเท่าไหรก็เอาฝากต่างประเทศคอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย
เหตุฉะนั้น ราษฎร ข้าราชการ ทหาร และพลเรือน ที่รู้เท่าถึงการกระทำอันชั่วร้ายของรัฐบาลดังกล่าวแล้ว จึงรวมกำลังตั้งเป็นคณะราษฎรขึ้น และได้ยึดอำนาจของรัฐบาลของกษัตริย์ไว้แล้ว คณะราษฎรเห็นว่าการที่จะแก้ความชั่วร้ายก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลาย ๆ ความคิดดีกว่าความคิดเดียว ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น คณะราษฎรไม่มีประสงค์ทำการชิงราชสมบัติ ฉะนั้น จึงขอเชิญให้กษัตริย์องค์นี้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์ต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองของแผ่นดิน จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้ นอกจากความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร คณะราษฎรได้แจ้งความเห็นนี้ให้กษัตริย์ทราบแล้ว เวลานี้ยังอยู่ในความรับตอบ ถ้ากษัตริย์ตอบปฏิเสธหรือไม่ตอบภายในกำหนดโดยเห็นแก่ส่วนตนว่าจะถูกลดอำนาจ ลงมาก็จะชื่อว่าทรยศต่อชาติ และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองอย่างประชาธิปไตย กล่าวคือ ประมุขของประเทศจะเป็นบุคคลสามัญซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งขึ้น อยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา ตามวิธีนี้ราษฎรพึงหวังเถิดว่าราษฎรจะได้รับความบำรุงอย่างดีที่สุด ทุก ๆ คนจะมีงานทำ เพราะประเทศของเราเป็นประเทศที่อุดมอยู่แล้วตามสภาพ เมื่อเราได้ยึดเงินที่พวกเจ้ารวบรวมไว้จากการทำนาบนหลังคนตั้งหลายร้อยล้าน มาบำรุงประเทศขึ้นแล้ว ประเทศจะต้องเฟื่องฟูขึ้นเป็นแม่นมั่น การปกครองซึ่งคณะราษฎรจะพึงกระทำก็คือ จำต้องวางโครงการอาศัยหลักวิชา ไม่ทำไปเหมือนคนตาบอด เช่นรัฐบาลที่มีกษัตริย์เหนือกฏหมายทำมาแล้ว เป็นหลักใหญ่ ๆ ที่คณะราษฎรวางไว้ มีอยู่ว่า
๑.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง การศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
๒.จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
๓.ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
๔.จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎร เช่นที่เป็นอยู่)
๕.จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น
๖.จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร
ราษฎรทั้งหลายจงพร้อมกันช่วยคณะราษฎรให้ทำกิจอันคงจะอยู่ชั่วดินฟ้านี้ ให้สำเร็จ คณะราษฎรขอให้ทุกคนที่มิได้ร่วมมือเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลกษัตริย์เหนือ กฎหมายพึงตั้งอยู่ในความสงบและตั้งหน้าหากิน อย่าทำการใด ๆ อันเป็นการขัดขวางต่อคณะราษฎรนี้ เท่ากับราษฎรช่วยประเทศและช่วยตัวราษฎร บุตร หลาน เหลน ของตนเอง ประเทศจะมีความเป็นเอกราชอย่างพร้อมบริบูรณ์ ราษฎรจะได้รับความปลอดภัย ทุกคนจะต้องมีงานทำไม่ต้องอดตาย ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกัน และมีเสรีภาพจากการเป็นไพร่ เป็นข้า เป็นทาสพวกเจ้า หมดสมัยที่เจ้าจะทำนาบนหลังราษฎร สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนาคือ ความสุขความเจริญอย่างประเสริฐซึ่งเรียกเป็นศัพท์ว่า “ศรีอาริย์” นั้น ก็จะพึงบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรถ้วนหน้า
คณะราษฎร
๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕
ที่มาจาก วิกิซอร์ซ
[...]Whose is Road? : ปิดถนนทำไม
Yesterday at 4 p.m., I passed to Ratchada road going to A-Soke road. Traffic was so jam, about 30 minutes, so I thinked there is a problem at A-Soke road. I decided to go to express way. F_ck……. I stopped before toll payment gateway around 10 minutes. I thinked so far …..
I do not understand why thay have to close a road, they know that a thousand car stop for 30 minutes lose how much ful, lose time, lose opportunity, or they think that WE ARE NO MEANING?
เมื่อวานตอนเย็นซัก 4 โมงกว่าๆ ผ่านไปทางรัชดาจะเข้าอโศก รถติดนานมากๆ ครึ่งชั่วโมงหว่าไม่หลุดไปไหนเลย นึกว่ามีปัญหาที่อโศก เลยเลี้ยวขึ้นทาด่วนที่พระรามเก้า เจ็ดๆๆๆๆๆๆ รถติดถึงที่เก็บเงิน คิดได้สถานเดียว….
ไม่เข้าใจเลยว่าจะปิดถนนทำไม รู้ไหมว่ารถติดเป็นพันๆ คัน ครึ่งชั่วโมงกว่าๆ เสียน้ำมันไปเท่าไหร่ เสียเวลา รายได้เท่าไหร่ เสียโอกาศเท่าไหร่ หรือ พวกเรามันไม่สำคัญหว่ะ[…]
ไม่ยืนไม่ผิด เห็นต่างไม่ผิด : Not stand not illegel Difference not wrong
I might be out of edge that news of one guy not standing while theater show a anthem. He is under sue. There is news that I read from pittaya
รู้สึกว่าตัวเองตกข่าวไปหน่อย
- ประชาไท – ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากร เห็นต่างไม่ใช่อาชญากรรม, ข่าวที่ไม่ได้รับการตีพิมพ์: ว่าด้วยเรื่อง ‘โชติศักดิ์ อ่อนสูง’
- ผู้จัดการออนไลน์ – เผยโฉม “โชติศักดิ์” ไม่ยืนตรงเพลงสรรเสริญ-โทษถึงคุก!
- ประชาทรรศน์ – แจ้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ พวกขวางโลกไม่ยืนตรงในโรงหนัง (ลิงก์เข้าไม่ได้แล้ว)
- Bangkok Post – Activist denies charge of lese majeste (ลิงก์เข้าไม่ได้เช่นกัน)
- รอยเตอร์ – Sit down protest lands Thai in royal trouble
- TimesOnline – Filmgoer faces jail in Thailand for sitting during the national anthem
- Asia Sentinel – A Thai Stands Up for Sitting Down
ผมว่าจะมีใครบ้าคลั่งว่าถ้ามันมีเพลงดังกลางสี่แยก แล้วไม่หยุดขับรถลงมายืน จะฟ้องเนี่ย มันก็คงติดคุกด้วยมั้ง
อะไรที่มันเกินพอดีจะกลับกลายเป็นผลร้าย ไม่เพียงแค่คนที่เราเคารพที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ สังคมโดยรวมก็จะแย่ไปด้วย ถึงเวลาที่ต้องเลิกหรอกตัวเองกันได้แล้ว มีคนเห็นต่างจากมากมาย ถ้าจะทำให้ทุกคนเห็นเหมือนเรา โลกมันคงหมุนไปตามที่เราคิดได้
แล้วมันก็ไม่เกี่ยวกับประชาธิปไตย, จารีตประเพณี ถ้าเสียงส่วนใหญ่คือคำตัดสินผมว่าน่าจะเรียกกฏหมู่ มากกว่านะ ส่วนจารีตประเพณีมันเปลี่ยนกันได้นะ
ที่มันเกี่ยวคือเสรีภาพในการแสดง ผมว่าเสรีภาพนะไร้กรอบและขอบเขต แต่ถ้ามันกระทบถึงใครก็ถึงได้มีกฏหมายเขียนเพื่อควบคุมให้มันไม่เลยเถิด ตราบเท่าที่ยังเคารพเสรีภาพซึ่งกันและกัน
ผมคิด ผมไม่พูด ผมไม่ทำ ไม่เกิดเรื่อง ผมคิด ผมพูด ผมทำ เกิดเรื่อง ผมคิด คุณไม่ให้พูด อึดอัด อดทน ผมคิด คุณไม่ให้ทำ ฝืนทน กล้ำกลืน กลั่นกรอง ใช้สมอง ตรึกตรอง กูจะทำ
ทิเบต ส่วนหนึ่งที่คนไม่รู้
พักนี้หลายคนคงได้ฟังข่าวเกี่ยวกับทิเบต และก็อาจจะทำให้คิดได้ว่าจีนมันช่างโหดร้ายอะไรเช่นนี้ ผมเองก็มีความคิดบ้างพอสมควร ก็เลยไปลองหาข้อมูลมาได้ดังนี้
แต่ก่อนทิเบตถูกปกครองโดยชนชั้น 3 ชนชั้น ได้แก่ กะสัตว์ ลามะ และขุนนาง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นชนชั้นปกครองและมีชาวนา, พ่อค้า, และผู้ใช้แรงงานเป็นคนชนชั้นล่าง โดยมีระบบศักดินาเป็นการปกครองโดยไม่มีทาส (หรืออาจจะมีก็ไม่ทราบ) ชนชั้นปกครองก็จะมีที่นาเป็นของตัวเองแต่ไม่ต้องลงมือทำเอง (อาจเดาได้แล้ว) คือให้พวกชาวนามาเช่าที่นาเอาไปปลูกข้าวแล้วแบ่งผลประโยชน์กัน ผมสมมุติว่าเป็น 70:30 คือให้ชาวนา 70 เจ้าของที่ 30 ซึ่งมันก็ดูพอไปไหว แต่มันเกิดเหตุการตามระบบ คือความต้องการที่และจำนวนที่ มันมีจำกัด ทำให้อัตราการต่อรองสูงถึง 60:40 หรือมากกว่านั้น เจ้าของที่เองก็ต้องการเงินมา ขณะที่ชาวนาก็ต้องเลี้ยงชีวิต จึงต้องจำทนกันต่อไป
เหตุการณ์ที่มันระอุคือความไม่พอใจในชนชั้นล่าง คือมันเริ่มไม่พอเลี้ยงตัวเอง มันก็เลยเกิดความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรม (ที่จริงผมก็ไม่เคยหาเจอ) กรอบกับจีนก็เข้ามาเสนอทางเลือกให้คนทิเบตเอง ซึ่งในขณะนั้นมีลามะ 2 คน สายแรกมาจากชนชั้นปกครอง ไม่สนับสนุนให้ทิเบตเปลี่ยนการปกครอง ส่วนอีกสายมาจากไหนก็ไม่ทราบแต่เป็นผู้นำให้เปลี่ยนการปกครองแต่มาตายหลังการลงคะแนน
การลงคะแนนให้เปลี่ยนระบอบการปกครอง ก็คงเดากันได้ คนส่วนมากที่โดนกดขี่มานานก็ย่อมต้องโหยหาความเท่าเทียม ดังนั้นระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์คือคำตอบในขณะนั้น จีนก็จะเข้ามาแบ่งสรรปันส่วนให้ทุกคนสามารถทำมาหาเลี้ยงชีพเองได้ แล้วจะเอาที่ดินมาจากไหนล่ะ? แน่นอนก็ต้องเอามาจากชนชั้นปกครองเดิม ก็เลยทำให้ชนชั้นปกครองไม่พอใจอย่างมาก
หลังจากที่ลามะสายที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงตายลง ลามะคนปัจจุบันก็ดำรงค์ตำแหน่งแทนซึ่งมาจากสายปกครอง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นคนที่ 14 เมื่อมีความวุ่นวายย่อมมีมือที่สามเข้ามา ส่วนนึงน่าจะเป็นอเมริกา(ตัวเหี้ย) ให้การสนับสนุนับพวกชนชั้นปกครองเดิม คือถ้ามันสำเร็จสามารถให้พวกปกครองเดิมเข้าไปสร้างฐานอำนาจได้ ก็จะเป็นบุญคุณกันต่อมา แต่ถ้าไม่สำเร็จก็จะเอาไว้เป็นเครื่องมือต่อรองกับจีนได้
การพลาดท่าครั้งใหญ่ของลามะคนปัจจุบันคือการไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ความวุ่นวายได้ ใจคนหยั่งยากแท้ แม้ว่าจะเกิดการชุมนุมและก่อจราจลที่ทิเบต และหวังว่าจะให้เกิดเหตุการเดียวกับเทียนอันเหมิน แต่จีนเองก็ไม่ได้โง่ เจ็บแล้วจำ (ไม่เหมือนแดนสุวรรณภูมิ ไม่เคยจำ) ภาพที่ออกมาคือส่วนใหญ่คนที่ตายคือคนฮั่น(จีน) และทหารก็ไม่ได้ใช้ความรุนแรงเกินเหตุในการระงับจราจล
ผมเองคิดว่าลามะพลาดท่าอย่างแรงและจีนเองก็มีความอดทนอดกลั้นเพียงพอ อาจเป็นเพราะใกล้งานโอลิมปิกแล้ว งานนี้ถ้าลามะจะแก้เกมได้คงมีหนทางไม่มากนักการที่ออกมาประกาศว่าจะลาออก คิดว่าเป็นเพียงการแก้เกี้ยว ทางออกที่ดีที่สุดของลามะ ตอนนี้คือการสอนศาสนาแล้วคิดทบทวนตัวเอง
จีนเองก็ประสพปัญหาคล้ายกับประเทศไทยคือพวกคลั่งศาสนานึงหัวรุนแรงมากด้วยอยู่แถบซินเกียง (ก่อนถึงทิเบต) เรียกว่าชนเผ่าหุย คิดว่าพระเจ้ามันดีสุดๆ จีนเขาไม่ใจดีเหมือนไทย เขาทำงานมีประสิทธิภาพจับได้คาหนังคาเขา ยิงทิ้ง สถานเดียว ล่าสุดมีพวกนี้ถือขวดน้ำขึ้นเครื่องบิน ปกติเขาจะไม่ค่อยยุ่งกับพวกหุย เพราะเดียวหาว่ารังแกชนกลุ่มน้อย (เรื่องจริง เจอมาที่เซียงไฮ้ พวกขายเนื้อย่างถ้าหน้าฮันหรือจีนๆ จะโดนตำรวจไล่) เอาขวดน้ำไปไว้ในห้องน้ำเครื่องบิน เปิดฝาทิ้งไว้ โชคดีแอร์มาได้กลิ่นเป็นน้ำมัน เลยจับได้ มันบอกว่าจะระเบิดเครื่องบิน โชคดีจริงๆ ความรุนแรงที่แก้ด้วยความรุนแรงมักจะไม่จบ ยกเว้นฆ่าล้างเผ่าเหมือฮิตเลอร์ ไม่แน่ว่าอีกหน่อยจีนอาจต้องมาดูงานในไทย(ถ้ามันสงบจริง) ก็เป็นได้
ป.ล. จำแหล่งอ้างอิงไม่ได้ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน[…]

